DeepSeek เปิด Search API ให้ AI แล้วกรอง SEO โกงกับ GEO ปั่นอย่างไร?
DeepSeek เปิด Search API ให้ AI แล้วกรอง SEO โกงกับ GEO ปั่นอย่างไร? โดย Nokka (นก-กา) | นักเขียนอิสระสาย AI และ Content SEO | ตรวจสอบข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2026 บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka

โดย Nokka (นก-กา) | นักเขียนอิสระสาย AI และ Content SEO | ตรวจสอบข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)
วันที่ 17 ตุลาคม 2026 DeepSeek เปิด API ค้นหาเว็บของตัวเองให้คนนอกใช้
แต่ประโยคที่คนทำงานคอนเทนต์ควรอ่านไม่ได้อยู่ในหัวข้อราคา แต่อยู่ในย่อหน้าคำอธิบายว่าเสิร์ชเอนจินตัวนี้ทำอะไรกับผลลัพธ์
DeepSeek เขียนไว้ในประกาศทางการว่า ระบบกรอง SEO ที่ใช้วิธีโกง, การปั่นผลลัพธ์แบบ GEO และคอนเทนต์ AIGC คุณภาพต่ำ ออกด้วยกลไกตรวจจับที่เข้มงวด
และมีอีกประโยคที่ต้องอ่านคู่กัน คือเอกสารระบุว่าเสิร์ชเอนจินตัวนี้ให้บริการหน้าเว็บและ API ของ DeepSeek มาก่อนแล้ว โดยรับคำขอหลายร้อยล้านครั้งต่อวัน
แปลว่าการกรองไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นคุณสมบัติที่มันมีอยู่แล้ว สิ่งที่เพิ่งใหม่คือการเปิดให้คนนอกเรียกใช้ได้
GEO ในที่นี้คือ Generative Engine Optimization หรือการทำคอนเทนต์ให้ AI หยิบไปอ้างอิง
ถ้าคนที่คุณจ้างทำ GEO ใช้วิธีปั่นผลลัพธ์ คุณกำลังลงทุนกับสิ่งที่ผู้ให้บริการโมเดลรายนี้ประกาศว่าจะกรองทิ้ง
ผมจะพาไล่ทีละส่วนว่ามันทำงานอย่างไร และอะไรที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
DeepSeek เปิดสองปลายทาง แยกหน้าที่กันชัด
Search ค้นเว็บตามคำค้น แล้วคืนผลลัพธ์เป็น JSON โครงสร้าง
Fetch ไปดึงหน้าเว็บหนึ่งหน้า แล้วคืนเนื้อหาเป็น Markdown
ทั้งคู่ใช้การยืนยันตัวตนแบบเดียวกับ API โมเดล คือใส่คีย์ในเฮดเดอร์
curl https://api.deepseek.com/v1/tools/search -H "Authorization: Bearer <DeepSeek API Key>" -H "Content-Type: application/json" -d '{"query": "DeepSeek V4.1 Flash", "count": 5, "need_content": true}' Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode จุดที่ผมว่าสำคัญคือมันรองรับคำสั่งค้นหาแบบที่เราคุ้นเคยจากกูเกิล เช่นจำกัดโดเมน ตัดโดเมน ใส่เครื่องหมายคำพูดเพื่อจับวลีตรง ๆ จำกัดภาษา และจำกัดช่วงวันที่
สำหรับคนทำงาน SEO สองคำสั่งหลังมีค่ามาก เพราะมันทำให้ดึงผลลัพธ์เฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการได้ เช่นดูว่ามีใครเขียนถึงแบรนด์เราบ้างในปีนี้
DeepSeek คิดเงิน 5 หยวนต่อ 1,000 คำขอที่สำเร็จ ทั้ง Search และ Fetch
ในประกาศฉบับภาษาอังกฤษของเรื่องเดียวกัน ผู้ขายระบุราคาเป็น 0.75 ดอลลาร์ต่อ 1,000 คำขอ สำหรับแต่ละ API ผมจึงรายงานทั้งสองสกุลตามที่ผู้ขายเขียน ไม่ได้แปลงอัตราแลกเปลี่ยนเอง
และนับเฉพาะคำขอที่ได้ HTTP 200 และได้ผลจริงเท่านั้น คำขอที่ล้มเหลว ค้นแล้วไม่เจออะไร หรือหมดเวลา ไม่คิดเงิน
จำนวนผลลัพธ์ที่ขอไปไม่กระทบราคา คำขอเดียวที่ขอ 50 ผลก็ราคาเท่ากับขอ 5 ผล
มีข้อจำกัดด้านความเร็วคือ Search ทำได้ 100 ครั้งต่อวินาที ส่วน Fetch 25 ครั้ง นับตามบัญชี ไม่ใช่ตามคีย์ และ Fetch ยังจำกัดอัตราแยกตามโดเมนปลายทางด้วย
และมีรายละเอียดที่คนใช้น่าจะสนใจมากที่สุดอยู่ท้ายหน้า
ถ้าคุณเรียกผ่านเครื่องมือฝั่งเซิร์ฟเวอร์ใน DeepSeek Harness, Claude Code หรือ Codex ตอนนี้ยังไม่คิดเงิน แต่จะเริ่มคิดตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เวลา 00:00 ตามเวลาปักกิ่ง
แปลว่าถ้าคุณใช้ DeepSeek เป็นสมองให้เอเจนต์ที่ค้นเว็บอยู่แล้ว ต้นทุนส่วนนี้กำลังจะโผล่ในบิลหลังสิ้นเดือนนี้
คำตอบของ Search ไม่ได้คืนแค่ลิงก์กับชื่อเรื่อง
มันคืนสองค่าที่บอกคุณภาพของแหล่ง และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมสนใจข่าวนี้มากกว่าการเปิด API ทั่วไป
ค่าแรกคือ rerank_score เป็นคะแนน 0 ถึง 3 ที่รวมความเกี่ยวข้อง ความน่าเชื่อถือ และความสดใหม่เข้าด้วยกัน เอกสารระบุว่าตั้งแต่ 1.5 ขึ้นไปถือว่าเป็นผลลัพธ์คุณภาพดี
ค่าที่สองคือ authority เป็นระดับความน่าเชื่อถือของเว็บ ตั้งแต่ 0 ถึง 4 โดย -1 หมายถึงไม่ทราบ และตั้งแต่ 3 ขึ้นไปถือว่าน่าเชื่อถือมาก
ผมจะพูดตรง ๆ ว่าในฐานะคนทำคอนเทนต์ ผมเห็นสองฟิลด์นี้แล้วรู้สึกสองอย่างพร้อมกัน
ด้านหนึ่งมันมีประโยชน์มาก เพราะมันทำให้เราเห็นว่าผู้ให้บริการ AI มองหน้านั้น ๆ ของเราอยู่ระดับไหน ซึ่งปกติเราไม่มีทางรู้เลย
อีกด้านหนึ่งผมว่ามันคือสัญญาณว่าเกมใหม่อาจกำลังจะเกิด เพราะเมื่อมีตัวเลข คนก็มักเริ่มหาทางปั่นตัวเลขนั้น
ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมคำว่าการปั่นแบบ GEO จึงถูกเขียนลงในเอกสารเดียวกัน
ปกติเวลาเราทำ SEO เราวัดกันที่อันดับในกูเกิล
แต่พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปแล้ว คนจำนวนมากถาม AI แทนการค้นหา และ AI จะหยิบเนื้อหาจากที่ไหนก็ได้ที่มันเห็นว่าดี
ปัญหาคือจนถึงตอนนี้ เราไม่มีทางรู้ว่า AI มองเว็บเราอย่างไร เราได้แค่เดาจากว่าเว็บเราถูกอ้างอิงหรือไม่ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ปลายทาง ไม่ใช่เหตุ
การที่ผู้ให้บริการโมเดลเปิดคะแนนความน่าเชื่อถือออกมาเป็นตัวเลข 0 ถึง 4 ในมุมมองของผมจึงทำให้เรามีตัวเลขให้อ่านแทนการเดา อย่างน้อยก็กับ DeepSeek
จาก "ทำอย่างไรให้ถูกอ้างอิง" เป็น "ทำอย่างไรให้สมควรถูกอ้างอิง"
ผมว่าคำถามที่สองดีกว่าสำหรับทุกฝ่าย รวมถึงผู้อ่าน
ตรงนี้ผมต้องถอยออกมาเตือนสติตัวเองและคนอ่าน
หนึ่ง คะแนนนี้เป็นของ DeepSeek เท่านั้น มันบอกว่า DeepSeek มองเว็บคุณอย่างไร ไม่ได้บอกว่า ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity มองเหมือนกัน แต่ละเจ้ามี index ของตัวเอง มีเกณฑ์ของตัวเอง
ถ้าคุณจะใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจเรื่องแบรนด์ ต้องเข้าใจว่ามันคือมุมมองของเจ้าเดียว
สอง เราไม่รู้เกณฑ์ เอกสารไม่ได้บอกว่า authority มาจากอะไร ทั้งจำนวนแบรนด์ที่อ้างถึง อายุโดเมน คุณภาพลิงก์ หรือการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อไม่รู้เกณฑ์ ก็ไม่รู้ว่าจะปรับอะไร และนี่คือช่องที่คนจะเริ่มขาย "บริการเพิ่ม authority score" ให้คุณ
สาม การกรองเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ให้บริการ ยังไม่มีผลทดสอบอิสระว่าเกณฑ์นี้ทำงานได้จริงแค่ไหน และจับอะไรได้บ้าง
ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่จริง ผมบอกว่ามันยังไม่มีใครพิสูจน์ให้เราเห็น
สี่ มันขัดกับผลประโยชน์ของคนขายเองหรือเปล่า DeepSeek ขาย API ตัวนี้ การบอกว่ากรองขยะออกย่อมทำให้ผลิตภัณฑ์ดูดี และไม่มีอะไรรับประกันว่าการตัดสินของมันจะยุติธรรมกับเว็บเล็ก
ถ้าจะใช้ข่าวนี้ให้เป็น ผมเสนอสามอย่างที่ทำได้เลยโดยไม่ต้องเชื่อคำโฆษณา
ถ้าคุณมีคีย์ DeepSeek ลองค้นชื่อแบรนด์หรือหัวข้อที่คุณเชี่ยวชาญ แล้วดูว่าผลลัพธ์จากเว็บคุณได้ rerank_score เท่าไร และหน้านั้นได้ authority ระดับไหน
นี่คือคะแนนจากผู้ให้บริการโมเดลเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีใครเห็น
ค้นคำเดียวกับที่ลูกค้าของคุณจะถาม แล้วเปิดดูว่าคนที่ได้ authority 3 หรือ 4 เขาทำอะไร
ผมเดาได้คร่าว ๆ ว่ามันน่าจะเป็นหน่วยงานราชการ สื่อใหญ่ มหาวิทยาลัย หรือเว็บที่มีการอ้างอิงจากที่อื่นจริง แต่ผมไม่รู้แน่ และคุณก็ไม่รู้จนกว่าจะดู
ถ้าคนที่คุณจ้างทำ GEO เสนอวิธีแบบเดิม คือยัดคีย์เวิร์ด เพิ่มหน้าซ้ำ หรือสร้างเนื้อหาด้วย AI จำนวนมากเพื่อให้ AI เห็น คำถามที่ต้องถามคือ
"วิธีนี้จะทำให้คะแนนความน่าเชื่อถือของเราเพิ่มขึ้นหรือลดลง"
ประกาศฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงแค่ Search API แต่เป็นการเปิดตัว DeepSeek V4.1-Flash เวอร์ชัน 1017 พร้อมกัน
โมเดลใหม่นี้ถูกอัปเดตทั้งเว็บ แอป และ API ในวันเดียว และน้ำหนักถูกเปิดให้ดาวน์โหลดทั้งบน Hugging Face และ ModelScope
DeepSeek อธิบายว่าเวอร์ชันนี้ปรับปรุงเรื่องความสามารถในการสร้างโปรเจกต์ตั้งแต่ศูนย์ ทั้งงานพัฒนาเกมและการสร้างโมเดล 3 มิติ และลดทั้งเวลาทำงานกับความยาวเอาต์พุตลง
เขาอ้างว่ามันคือจุดที่ดีที่สุดบนเส้นโค้งแลกเปลี่ยนระหว่างประสิทธิภาพกับต้นทุน ซึ่งเขาเรียกตามหลักเศรษฐศาสตร์ว่าเป็น Pareto improvement
ผมอ่านตรงนี้แล้วคิดว่าการที่บริษัทหนึ่งเปิดโมเดล น้ำหนัก และ API ค้นหาในวันเดียวกัน เป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขาต้องการขายทั้งระบบ ไม่ใช่ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
และนั่นก็ยิ่งทำให้เราควรอ่านคำโฆษณาด้วยความระวังขึ้นอีกนิด
ควรสนใจมาก ถ้าคุณทำคอนเทนต์หรือ SEO และเริ่มมีคำถามว่า AI ดึงงานคุณไปหรือเปล่า
ควรสนใจ ถ้าคุณดูแลงบประมาณ API และใช้ DeepSeek เป็นสมองให้เอเจนต์ที่ต้องค้นเว็บ เพราะของฟรีกำลังจะหมดอายุ 1 พฤศจิกายน
ควรสนใจ ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องตัดสินใจว่าควรจ้างเอเจนซีทำ GEO หรือไม่ เพราะนี่คือสัญญาณว่าผู้ให้บริการโมเดลให้ความสำคัญกับคุณภาพของแหล่งอ้างอิงจริง ๆ
ยังไม่ต้องร้อนรน ถ้าธุรกิจคุณยังไม่ได้พึ่งการถูกอ้างอิงโดย AI เลย เพราะผลกระทบยังไม่ถึงคุณในตอนนี้
ข้อสุดท้ายผมอยากเน้น เพราะมันคือส่วนที่คนอ่านอยากรู้ที่สุด และผมก็ตอบไม่ได้ถ้าไม่ลอง
"ถ้าลูกค้าถาม AI เรื่องที่เราขาย ใครคือคนที่ AI จะอ้างถึง"
ถ้าคำตอบไม่ใช่คุณ นั่นคือช่องว่างที่ต้องปิด
และถ้าจะปิดช่องว่างนั้น การทำเว็บให้ดีขึ้น ตรวจสอบได้ และมีคนอ้างถึงจริง ยังเป็นวิธีที่ตรงที่สุด
DeepSeek, "DeepSeek V4.1 Flash เวอร์ชันใหม่: เขียนสิ่งที่อยากได้แล้วได้ทั้งโปรเจกต์", DeepSeek API Docs, 17 ต.ค. 2026. https://api-docs.deepseek.com/zh-cn/news/news261017/ DeepSeek, "การค้นหาและดึงเนื้อหาเว็บ", DeepSeek API Docs Guide, เข้าถึง 20 ต.ค. 2026. https://api-docs.deepseek.com/zh-cn/guides/search DeepSeek, "DeepSeek-V4.1-Flash-1017", Hugging Face, เข้าถึง 20 ต.ค. 2026. https://huggingface.co/deepseek-ai/DeepSeek-V4.1-Flash-1017 DeepSeek, "DeepSeek-V4.1-Flash-1017", ModelScope, เข้าถึง 20 ต.ค. 2026. https://modelscope.cn/models/deepseek-ai/DeepSeek-V4.1-Flash-1017 DeepSeek, "DeepSeek V4.1 Flash is here", DeepSeek News (ฉบับภาษาอังกฤษ), 17 ต.ค. 2026. https://api-docs.deepseek.com/news/news261017