สหรัฐแบน DeepSeek จริงไหม? คำสั่งระบบ AI ที่ลงนามตั้งแต่กรกฎาคม เพิ่งเปิดให้เห็น
สหรัฐแบน DeepSeek จริงไหม? คำสั่งระบบ AI ที่ลงนามตั้งแต่กรกฎาคม เพิ่งเปิดให้เห็น โดย Nokka (นก-กา) | นักเขียนอิสระสาย AI และซัพพลายเชนเทคโนโลยี | ตรวจสอบข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2026 บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภ

โดย Nokka (นก-กา) | นักเขียนอิสระสาย AI และซัพพลายเชนเทคโนโลยี | ตรวจสอบข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)
สัปดาห์นี้มีประกาศใน Federal Register ว่าสหรัฐสั่งถอด DeepSeek ออกจากระบบราชการ
ชั้นแรก คำสั่งนี้ลงนามและมีผลตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2026 ส่วนที่เพิ่งเกิดขึ้นคือการเปิดเอกสารให้สาธารณะเห็น
ชั้นที่สอง มันไม่ใช่การขึ้นบัญชีดำแบบที่หลายคนคิด
ชั้นที่สาม ประโยคที่สำคัญที่สุดในเอกสารไม่ใช่ชื่อบริษัท แต่อยู่ท้ายประโยค
ผมเปิดเอกสารราชการฉบับจริงมาอ่าน รวมถึงสี่หน้าที่เป็นภาพสแกนซึ่งไม่มีข้อความให้ค้นหา แล้วจะเล่าว่ามันเขียนอะไรไว้
ประกาศนี้มาจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ หรือ DHS ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์
เลข docket คือ DHS-2026-0628 และมีเลข Federal Register คือ 2026-21447 ยื่นเมื่อ 19 ตุลาคม และกำหนดเผยแพร่ 20 ตุลาคม 2026
แต่ตัวคำสั่งเองชื่อ Exclusion and Removal Order #2026-01 ลงนามโดย Markwayne Mullin รัฐมนตรี DHS โดยมี Russell Vought ผู้อำนวยการสำนักบริหารและงบประมาณเป็นผู้รับสำเนา
บนหน้าคำสั่งเขียนชัดว่า Original Release Date คือ 24 กรกฎาคม 2026
และข้อบังคับทั้งสองข้อมีผล "effective immediately after issuance of this Order" คือมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ลงนาม ไม่ใช่ตั้งแต่วันประกาศ
ผมคิดว่านี่คือรายละเอียดที่ข่าวส่วนใหญ่ข้าม และมันเปลี่ยนวิธีอ่านเรื่องนี้ทั้งเรื่อง
อำนาจที่ใช้ไม่ได้มาจากกฎหมายควบคุมการส่งออก แต่มาจาก Federal Acquisition Supply Chain Security Act of 2018 หรือ FASCSA ซึ่งเป็นกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลาง
คำว่า "แบน" จึงต้องอ่านให้ชัดว่าแบนในฐานะอะไร
ข้อหนึ่ง ตัดสินค้าและบริการไอทีที่พัฒนาโดย Hangzhou DeepSeek Artificial Intelligence Co., Ltd รวมถึงบริษัทในเครือ ตามนิยามใน 48 CFR 2.101 ออกจากการจัดซื้อของหน่วยราชการพลเรือน
ข้อสอง ถอดผลิตภัณฑ์ของ DeepSeek และบริษัทในเครือทั้งหมด รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการของบุคคลที่สามที่พัฒนาบนสิ่งที่ DeepSeek สร้างขึ้น ออกจากระบบไอทีของหน่วยราชการพลเรือน
ผมอ่านข้อสองแล้วหยุด เพราะมันคือส่วนที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากข่าวทั่วไป
อีกข้อที่ควรรู้คู่กันคือหน้าต่างข้อยกเว้น เอกสารให้หน่วยงานยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 60 วันนับจากวันออกคำสั่ง คือภายในราว 22 กันยายน 2026 ซึ่งผ่านไปแล้ว
วลีภาษาอังกฤษในเอกสารคือ third-party products and services developed using DeepSeek implementations
แปลตรงตัวคือ ผลิตภัณฑ์และบริการของคนอื่น ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้สิ่งที่ DeepSeek ทำไว้
เชิงอรรถข้อ 13 ของคำสั่งอธิบายวลีนี้เพิ่มว่า ให้รวมถึงการนำ DeepSeek ไปใช้ต่อโดยบุคคลที่สาม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้หน่วยราชการ
คำว่า "บุคคลที่สาม" ตรงนี้จึงไม่ได้หมายถึง DeepSeek แต่หมายถึง คนกลาง
พูดแบบภาษาบ้าน ๆ คือ ถ้าคุณเอาของ DeepSeek ไปห่อใหม่ เปลี่ยนชื่อ แล้วขายเข้าราชการอเมริกัน เอกสารฉบับนี้บอกว่าของคุณก็ต้องถูกถอดออกด้วย
การเอาโมเดลไป fine-tune แล้วบอกว่าเป็นโมเดลใหม่
การเอาผลลัพธ์ไปกลั่นเป็นข้อมูลฝึกโมเดลอื่น
ไปจนถึงการรันน้ำหนักโมเดลในเครื่องตัวเองแล้วอ้างว่าเป็นระบบภายใน
เอกสารไม่ได้ระบุว่ากรณีไหนเข้าเกณฑ์บ้าง และนั่นคือจุดที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่กว่าตัวข่าว
อีกกรณีที่กำกวมที่สุดคือ retrieval augmented generation หรือ RAG
ในระบบแบบนี้ เอกสารจะถูกแปลงเป็นเวกเตอร์ (vector) เก็บไว้ในฐานข้อมูล แล้วดึงชิ้นที่ใกล้เคียงที่สุดมาใส่บริบทให้ LLM ตอนตอบ
คำถามคือ ถ้าคุณใช้ embedding model ของ DeepSeek แต่ใช้ LLM ของเจ้าอื่นทั้งหมด ระบบของคุณนับว่า "พัฒนาบน" DeepSeek หรือไม่
เอกสารไม่ตอบคำถามนี้ และผมคิดว่านี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของช่องว่างที่ยังเปิดอยู่
ตรงนี้สำคัญ เพราะผมเห็นคนแชร์ข่าวกันแบบเหมารวม
ไม่ใช่การขึ้นบัญชี Entity List ของกระทรวงพาณิชย์ เพราะคำสั่งนี้ออกภายใต้ FASCSA ซึ่งเป็นกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่กฎหมายควบคุมการส่งออก
ไม่ใช่การห้ามคนอเมริกันใช้ DeepSeek ในชีวิตส่วนตัว
ไม่ครอบคลุมทุกหน่วยงาน เอกสารระบุชัดว่าเป็นหน่วยราชการพลเรือน คือ Federal Civilian Executive Branch ยกเว้นระบบความมั่นคงแห่งชาติและระบบข้อมูลข่าวกรองแบบแบ่งวง (secure compartmented information systems) ส่วนกระทรวงกลาโหมและหน่วยข่าวกรองมีกรอบของตัวเอง ซึ่งคำสั่งเขียนไว้เองว่าไม่ได้ครอบคลุม
และที่สำคัญ มันไม่ใช่กฎหมายที่ผ่านสภา แต่เป็นคำสั่งภายใต้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างที่มีอยู่แล้ว
คุณไม่ต้องตื่นตระหนกกับข่าวนี้ แต่ก็ไม่ต้องเพิกเฉย ผมเขียนข้อเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อลดทอนความรุนแรงของมาตรการ แต่เพราะถ้าคุณอ่านข่าวแบบไม่แยกให้ชัด คุณจะประเมินความเสี่ยงผิดทั้งสองทาง คือตื่นเกินเหตุกับสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น และมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ถ้าคุณเป็นบริษัทที่ขายระบบ AI ให้หน่วยงานรัฐ หรือเป็นซัพพลายเออร์ที่ส่งงานต่ออีกทอด ประโยคเรื่องบุคคลที่สามคือสิ่งที่ต้องตอบให้ได้
คำถามคือ คุณรู้ไหมว่าโมเดลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของคุณ มาจากน้ำหนักของใคร
หลายบริษัทตอบไม่ได้ เพราะซัพพลายเชนของโมเดลซับซ้อนกว่าซอฟต์แวร์ทั่วไป
คุณอาจใช้ API ของผู้ให้บริการรายหนึ่ง ซึ่งข้างหลังอาจรันโมเดลของเจ้าอื่นอีกทอด
หรือคุณใช้โมเดลโอเพนซอร์สที่ถูกกลั่นจากโมเดลปิด
หรือคุณใช้บริการ hosting ที่โฮสต์หลายโมเดลปนกัน
เอกสารฉบับนี้ไม่ได้บังคับให้คุณรู้ แต่ถ้าคุณขายให้รัฐอเมริกัน คุณจะถูกถาม
ผมว่าคดีนี้เป็นสัญญาณว่า การกำกับดูแล AI กำลังเคลื่อนจากตัวโมเดลไปที่สายการผลิตของโมเดล
ก่อนหน้านี้คำถามคือ โมเดลนี้มาจากประเทศไหน
ตอนนี้คำถามเปลี่ยนเป็น โมเดลนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากอะไรบ้าง และใครแตะต้องมันในแต่ละขั้น
สำหรับคนที่ทำงานด้าน AI ในไทย ผมไม่ได้คิดว่านี่เป็นเรื่องไกลตัว เพราะบริษัทไทยจำนวนมากขายซอฟต์แวร์ให้ลูกค้าต่างประเทศ และมีแนวโน้มจะถูกถามเรื่องที่มาของโมเดลในสัญญาเช่นกัน
ระบบ: ผู้ช่วยตอบคำถามลูกค้า โมเดลหลัก: ชื่อและเวอร์ชัน ผู้ให้บริการ: ชื่อผู้ให้บริการ API ต้นทางของน้ำหนักโมเดล: ระบุว่าโฮสต์เองหรือเรียกต่ออีกชั้น ข้อมูลฝึกเพิ่ม: มีหรือไม่มี และใช้ข้อมูลอะไร วันที่ตรวจสอบ: ระบุทุกครั้งที่เปลี่ยนเวอร์ชัน Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode หนึ่ง ทำบัญชีส่วนประกอบของโมเดล (model bill of materials) ว่าแต่ละระบบใช้โมเดลอะไร เวอร์ชันไหน ผ่านใคร ตัวอย่างเช่นแบบฟอร์มด้านบนที่กรอกจริงได้ในห้านาที
สอง ถามผู้ให้บริการ API ว่ามีการเรียกโมเดลของเจ้าอื่นต่ออีกชั้นหรือไม่ และขอเป็นลายลักษณ์อักษร
สาม แยกให้ชัดระหว่าง "ใช้ API" กับ "ฝังน้ำหนักโมเดล" เพราะความรับผิดชอบต่างกันมาก
สี่ ถ้าต้องขายให้หน่วยงานรัฐต่างประเทศ ให้ถามฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะต้องรับรองอะไรบ้าง
ถ้ากฎหมายบอกว่าของที่ "พัฒนาบน" โมเดลหนึ่งต้องถูกถอดออก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือ "พัฒนาบน"
เพราะในทางเทคนิค โมเดลตระกูล Transformer แทบทุกลูกในโลกนี้ล้วนเรียนรู้จากผลงานของกันและกัน
เส้นแบ่งนี้จะถูกตัดสินด้วยวิศวกรรม หรือด้วยทนาย
และคำตอบนั้นจะกำหนดว่าอุตสาหกรรม AI จะถูกแบ่งเป็นค่ายได้สะอาดแค่ไหน
Department of Homeland Security, "Notice of Order Regarding Exclusion and Removal of DeepSeek Products from Federal Civilian Executive Branch Information Technology Systems and Procurements", Docket DHS-2026-0628, Federal Register 2026-21447, เผยแพร่ 20 ต.ค. 2026. https://www.federalregister.gov/d/2026-21447 Federal Acquisition Supply Chain Security Act of 2018, 41 U.S.C. 1321-1328. https://www.law.cornell.edu/uscode/text/41/1321 48 CFR 2.101, Definitions. https://www.ecfr.gov/current/title-48/chapter-1/subchapter-A/part-2/subpart-2.1/section-2.101 (เข้าถึง 20 ต.ค. 2026)